หน้าแรก

 
  

 



สุขภาพคนไทย 2551
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2008
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2549
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2006
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สุขภาพคนไทย 2548
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



ThaiHealth 2005
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสาธารณสุขไทย
2544 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



Thailand Health Profile
2001 - 2004
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



การสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของ
ประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย
ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2546 - 2547
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 



สถานการณ์การแพทย์แผนไทย
การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์
ทางเลือก ประจำปี พ.ศ. 2548 - 2550
( อ่านรายงานทั้งหมด )

 













ถึงเวลาลดความดัน เพราะมันคือเพชฌาต




 

             ในปัจจุบัน จำนวนผู้ที่มีความดันโลหิตสูงในอังกฤษกำลังเพิ่มขึ้นมาก โดยประชากรที่มีอายุ
60 ปีขึ้นไป กว่าร้อยละ 50 มีความดันโลหิตสูงแล้วถ้าเรายังไม่ค่อยออกกำลังกาย และยังกินอาหารมากเกินความจำเป็น จนกลายเป็นความอ้วน ความดันโลหิตสูงจะกลายมาเป็นโรคของคนอายุน้อยได้

             นอกจากนี้แล้ว ความดันโลหิตสูงยังคงแพร่กระจายอยู่อย่างเงียบๆ เพราะในตอนแรกมันจะแสดงอาการออกมาเพียงเล็กน้อย นอกจากว่าเราจะเข้ารับการตรวจสุขภาพ มิฉะนั้น กว่าเราจะรู้ตัวว่า
เป็นโรคความดันโลหิตสูงก็เมื่อเราเป็นมากๆ แล้วมาลดความดันกันเถอะ


มาลดความดันกันเถอะ

             คนที่มีอาการความดันโลหิตสูงหรือโรคความดันโลหิตสูงควรที่จะลดค่า ความดันให้มาอยู่ที่ 140/85 หรือถ้าต่ำกว่านี้ได้ก็จะดี

             ค่าความดันโลหิตนั้นมีมาตรวัดเป็นหน่วยมิลลิเมตรปรอท โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ค่า
ความดันโลหิตสูงสุดเมื่อหัวใจ บีบตัวและค่าความดันต่ำสุดเมื่อหัวใจคลายตัว และถ้าหากว่าค่าความดันโลหิตของคุณนั้น สูงกว่า 140/90 นั่นก็หมายว่าคุณเป็นความดันโลหิตสูงเสียแล้ว

            สาเหตุของโรคความดันโลหิตสูงนั้นมีอยู่หลายสาเหตุ และสาเหตุหนึ่งคือเป็นมาตั้งแต่เกิดและบางกรณีจะต้องใช้ยาเพื่อช่วยควบคุมความดันและถ้าเป็นเช่นนั้นคุณก็ควรจะใช้ยาอย่างต่อเนื่อง


ลดน้ำหนัก

             ร้อยละ 30 ของผู้ที่มีความดันโลหิตสูงนั้นเป็นคนอ้วนหรือคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ดังนั้นสิ่งที่คุณควรจะทำสิ่งแรกคือลองชั่งน้ำหนักตัวเองดูซิว่าคุณน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเปล่า ถ้าใช่ คุณควรเริ่มลดน้ำหนักตั้งแต่ตอนนี้และวิธีที่ปลอดภัยที่สุดและยังทำให้สุขภาพแข็งแรงอีกด้วย ก็คือ การงดทานอาหารจำพวกแป้ง และน้ำตาล แล้วหันมาทานพวกผลไม้ และผักสดต่างๆ แทน


ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

             การออกกำลังกายทุกวันไม่เพียงแต่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดเท่านั้น แต่ยังช่วยให้หัวใจของ คุณแข็งแรงขึ้นอีกด้วย จากผลของการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ได้แสดง ให้เห็นว่าการเดินวันละ
10,000 ก้าว จะทำให้คุณมีสุขภาพแข็งแรงและตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นมันคงจะคุ้มค่าที่จะซื้อเครื่องวัดจำนวนก้าวที่เราเดิน เจ้าเครื่องนี้เป็นอุปกรณ์เล็กๆ ที่เอาไปติดไว้กับเข็มขัดหรือขอบเอวของกระโปรงหรือกางเกงก็ได้ แล้วพอเราเดินไปมันก็จะนับจำนวนก้าวไปเรื่อยๆ

             และที่สำคัญคุณไม่ต้องเสียเงินแพงๆเพื่อเข้ายิม, สปอร์ตคลับหรือฟิตเนสที่เปิดกันเกร่อ
หรอก เพียงแค่การเดินสักวันละ 30 นาที ด้วยการพาหมาไปเดินเล่นหรือเวลาไปซื้อของก็ไม่ต้องขับรถไป แต่เดินไปแทน หรือใช้บันไดแทนการใช้ลิฟท์ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว


ลดการกินเกลือ

             เวลาที่คุณทานเกลือเข้าไปร่างกายจะต้องการน้ำเพื่อมาช่วยเจือจาง เพื่อขับถ่ายออกจากร่างกายและน้ำนี่แหละที่ทำให้ค่าความดันของเลือดสูงขึ้น

             ในอังกฤษ คนอังกฤษกินเกลือกันวันละประมาณ 12 กรัมซึ่งมากเป็น 2 เท่า ของที่กำหนดไว้  ฉะนั้นเราควรลดการใส่เกลือในอาหาร ในตอนแรกเราอาจจะรู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย แต่พอผ่านไปสัก
3 สัปดาห์ ประสาทรับรสบนลิ้นของเรา ก็จะคุ้นเคยไปเอง แถมเราจะได้รับรู้รสชาติของอาหารที่แท้จริงอีกด้วย

             แต่ปัจจุบันเราไม่ค่อยได้ทำอาหารกินเองแล้ว ดังนั้นเวลาเราไปทานอาหารนอกบ้าน ก็ควรดูให้ดีๆ เช่นกัน อย่างอาหารสำเร็จรูปก็มีเกลืออยู่มากเหมือนกันรวมทั้ง อาหารเช้า ซีเรียล อาหาร
กระป๋องต่างๆแม้แต่ซอสเกรวี่ ขนมปังกรอบ มันฝรั่งทอดกรอบและขนมเค้กต่างก็มีปริมาณเกลือสูงมาก

              กฎง่ายๆ ก็คือห้ามลืมดูฉลากข้างขวดว่ามีปริมาณเกลือมากเท่าไรและโซเดียมสูงเพียงใด
(ขอให้คณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุขโปรดใส่ใจเรื่อง “ฉลาก” ด้วย)


เลิกสูบบุหรี่

             จริงๆ แล้วบุหรี่ไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคความดันสูงแต่ว่าหากคุณเป็นโรคนี้อยู่แล้ว การสูบ
บุหรี่จะไปทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้นได้ เพราะการสูบบุหรี่จะไปทำลายหลอดเลือดแดงและส่งผลให้คุณมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและอาจทำให้หัวใจวายได้


กินอาหารที่มีประโยชน์

             สารอาหารหลายชนิดได้รับการยืนยันว่าช่วยทำให้หลอดเลือดแข็งแรงขึ้นอย่างMagnesium (แม็กนีเซียม) ซึ่งพบมากในข้าวโอ๊ต ผลไม้เปลือกแข็ง ข้าวที่ยังไม่ผ่านการสีและถั่วต่างๆ จะช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดมีการคลายตัว

             ในขณะที่วิตามินซีก็ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและแข็งแรงขึ้น ส่วนกระเทียมก็ช่วยป้องกัน
ไม่ไห้เลือดเหนียวข้นเกินไป หรือที่เรียกว่าเกิดลิ่มเลือด

             และใน น้ำมันปลา เช่น น้ำมัน- ตับปลาก็มี โอเมก้า 3 ช่วยลดอาการอักเสบได้ และถ้าคุณได้รับสารอาหารเหล่านี้ จากอาหารที่กินในแต่ละมื้อก็จะดีที่สุด แต่ถ้าคุณต้องการที่จะลดน้ำหนักก็สามารถกินอาหารเสริมแทนได้


กินกล้วยเยอะๆ

             ถึงแม้ว่าคุณจะมีน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์สุขภาพดีแล้วก็ตาม ก็ไม่ควรละเลย ที่จะดูแลตัวเอง
เพื่อสุขภาพที่ดี  และเราก็มีข้อแนะนำง่ายๆ ที่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ด้วย นั่นก็คือ กินกล้วย
ทุกวัน

             มีการวิจัยบอกว่าถ้าได้กินกล้วยวันละ 2 ใบ จะช่วยลดความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 10 สาเหตุ
สำคัญคือกล้วยมีโปแตสเซียมสูงมากและโปแตสเซียมนี่ละที่จะไปช่วยขับโซเดียม (สารเคมีชนิดหนึ่ง
ในเกลือซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น) ยังมีอาหารอื่นอีกมากมายที่มีประโยชน์
และส่งผลดีต่อหัวใจและระบบหมุนเวียนเลือดโดยเฉพาะอาหารทางแถบเมดิเตอร์เรเนียน อันได้แก่
น้ำมันมะกอก มะเขือเทศ ไวน์แดง (ในปริมาณที่เหมาะสม) และผักสดต่างๆ

             อาหารที่กล่าวมาเหล่านี้อุดมไปด้วยสารแอนติออกซิแดนซ์ (Antioxidants) หรือสารเคมีในร่างกายที่มีไว้เพื่อต่อสู้กับโรคต่างๆ เพียงแค่ปรับปรุงการดำเนินชีวิตเล็กๆ น้อยๆ เท่านี้ คุณก็จะมีความสุขกับชีวิตที่ปราศจากโรคภัย






ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ที่มา : เขียนโดย (ปอย ศศิภา)
         นิตยสาร คู่สร้างคู่สม   http://www.koosangkoosom.com/frontweb/column_detail.asp?
         hidID=22&hidArticleID=716

 ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต






 












หน้าแรก | เกี่ยวกับแผนงาน | เครือข่ายและกิจกรรม | ผลผลิตและรายงาน | ข้อมูลสถิติ | การจัดการความรู้ | หน่วยงาน | ติดต่อแผนงาน | เจ้าหน้าที่ดูแลระบบ
แนะนำแผนงาน | ข่าวกิจกรรม | เกาะติดกิจกรรมเด่น | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | ผลผลิตและรายงาน| รายงานสุขภาพ| ก้าวใหม่กับ HISO | สถานการณ์สุขภาพประเทศไทย
การวิเคราะห์สถานการณ์สุขภาพ | สถานการณ์ข่าวสุขภาพ | เรื่องเล่าข่าวสุขภาพ | สื่อข้อมูลสุขภาพ | แบบสำรวจสุขภาพ | webbord | คำถามที่พบบ่อย | สมุดเยี่ยมชม | บริการข้อมูล